มาตรฐาน LEED Certification
มาตรฐาน LEED Certification คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อการสร้างอาคารเขียว
ประเด็นสำคัญ
มาตรฐาน LEED Certification คือ หลักเกณฑ์ในการประเมินอาคารสีเขียวจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวัดระดับตั้งแต่การวางแผนตั้งเป้าหมาย การเลือกสถานที่ การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน และการเลือกใช้วัสดุ รวมถึงบรรยากาศโดยรวมในอาคาร
เพราะทุกวันนี้เราหันมาใส่ใจเรื่องภาวะโลกร้อนกันมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่การสร้างบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้การสร้างอาคารต่าง ๆ สร้างมลพิษต่อธรรมชาติน้อยที่สุด การรับรองมาตรฐานอย่างมาตรฐาน LEED Certification จึงเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น
เรามารู้จักกับหนึ่งในการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวอย่าง มาตรฐาน LEED Certification คืออะไร? สำคัญอย่างไร
“LEED Certification คือ การประเมินอาคารเขียวจากอเมริกา แบ่งการให้คะแนนตามด้านต่าง ๆ”
มาตรฐาน LEED Certification คือ มาตรฐานการประเมินอาคารสีเขียวจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดย LEED ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design เป็นแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นโดย U.S. Green Building Council (USGBC)
มาตรฐานนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของอาคาร และช่วยลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ใช้ได้กับอาคารทุกรูปแบบ รวมไปถึงชุมชนด้วย
จุดเด่นของสำคัญของมาตรฐาน LEED: เป็นเกณฑ์ประเมินที่ใช้งานมายาวนาน พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 โดยปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และยังแบ่งเกณฑ์เป็นกลุ่มต่าง ๆ ให้เลือกใช้ประเมินได้แบบเหมาะสม ได้แก่
LEED สำหรับการออกแบบอาคารและการก่อสร้าง
LEED for Building Design & Construction
LEED สำหรับการตกแต่งภายในและการก่อสร้าง
LEED for Interior Design & Construction
LEED สำหรับการจัดการอาคารและบำรุงรักษา
LEED for Building Operations & Maintenance
LEED สำหรับการพัฒนาพื้นที่รอบอาคาร
LEED for Neighborhood Development
LEED สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย
LEED for Homes
LEED สำหรับเมืองและชุมชน
LEED for Cities & Communities
สำหรับเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว LEED เรียกได้ว่าครอบคลุมตั้งแต่เริ่มวางแผน จนถึงอยู่อาศัยเลย แล้วจะประเมินที่อะไรบ้าง
เกณฑ์การประเมินอาคารเขียว LEED Green Building Rating System (V.4) เบื้องต้นมีอะไรบ้าง
การตั้งเป้าหมาย (Integrative Process)
คะแนนส่วนนี้เป็นตัวช่วยส่งเสริมการตั้งเป้าหมายการสร้างอาคารร่วมกันภายในทีม โดยวิเคราะห์จากทรัพยากรน้ำและระบบพลังงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การใช้พลังงานและบรรยากาศโดยรวม (Energy & Atmosphere)
คะแนนส่วนนี้จะวัดจากประสิทธิภาพในการใช้พลังงานภายในอาคาร ผ่านการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทันสมัย
สถานที่ตั้งเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Sites)
คะแนนส่วนนี้วัดจากการก่อสร้าง โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และใช้ทรัพยากรน้ำให้น้อยที่สุด
การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency)
นอกจากประเมินผลจากระบบนิเวศโดยรอบแล้ว มาตรฐาน LEED ยังวัดจากการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจากภายในและภายนอกพื้นที่
การใช้พลังงานและบรรยากาศโดยรวม (Energy & Atmosphere)
คะแนนส่วนนี้จะวัดจากประสิทธิภาพในการใช้พลังงานภายในอาคาร ผ่านการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทันสมัย
วัสดุและทรัพยากร (Materials & Resources)
วัสดุที่นำมาใช้สร้างอาคารควรเป็นวัสดุที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โปร่งแสง ปลอดภัยต่อสุขภาพ และช่วยลดขยะ
มาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environmental Quality)
นอกจากการก่อสร้างโดยรวมแล้ว ยังมีเรื่องคุณภาพของสภาพอากาศใน รวมถึงแสงสว่างและมุมมองต่าง ๆ จากในอาคาร
นอกจากการก่อสร้างโดยรวมแล้ว ยังมีเรื่องคุณภาพของสภาพอากาศใน รวมถึงแสงสว่างและมุมมองต่าง ๆ จากในอาคาร
มาตรฐาน LEED Certification มีคะแนนเต็มเท่าไร แบ่งการให้คะแนนอย่างไร?
ถ้าอยากให้อาคารของเราผ่านการประเมินมาตรฐาน LEED Certification ตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงก่อสร้าง เราจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้ได้รับคะแนนในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การลดคาร์บอน ด้านพลังงาน น้ำ ขยะ ขนส่ง วัสดุ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมภายใน ทั้งหมดจะรวมเป็น 100 คะแนน โดยจะแบ่งการให้คะแนนเป็นลำดับขั้นต่าง ๆ ได้แก่
- ระดับ Platinum 80 คะแนนขึ้นไป
- ระดับ Gold 60-79 คะแนน
- ระดับ Silver 50-59 คะแนน
- ระดับผ่านการรับรอง Certified 40-49 คะแนน